Artificial intelligence (AI) ปรากฎการณ์พลิกโฉมโลก

กระแสของ AI และ IoT กำลังมาแรง และเป็นที่สนใจโดยเฉพาะแวดวงไอที และเทคสตาร์ทอัพทั่วโลก ที่กำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้กันมาก

AI คืออะไร

คำว่า AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาให้มีตรรกะการคิดเป็นของตัวเอง ทั้งนี้ AI แต่ละประเภทต่างมีขีดความสามารถต่างกันไป บางตัวสามารถพัฒนาได้ด้วยตัวผ่านการจดจำ และเรียนรู้จากสถานการณ์ต่างๆ ที่พบเจอแบบที่เรียกกันว่า Machine Learning หรือสามารถดึงข้อมูลเพื่อตอบคำถามตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มักจะมาคู่กับ AI คือ หุ่นยนต์อัจฉริยะ โดย AI ทำหน้าที่เป็นเหมือนสมองคอยควบคุมทำงาน

นอกเหนือจากหุ่นยนต์แล้ว IoT หรือ Internet of Things ก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้ Things ในโลกเทคโนโลยีทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและควบคุมการทำงานโดยโปรแกรม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะของหลายๆค่าย ปัจจุบันเริ่มมีสินค้าและบริการที่อาศัยเทคโนโลยีเหล่านี้ออกมาให้เห็นในตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในฝั่งอเมริกาและยุโรป ที่หลายๆท่านน่าจะคุ้นเคยกันดี คือ AI ในรูปแบบผู้ช่วยที่สั่งการด้วยเสียง ตัวอย่าง เช่น Apple Siri, Google Now, Amazon Alexa, Microsoft Cortana รวมถึง LINE Clova เป็นต้น

AI เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน

โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้งานได้ง่ายเมื่อมาในรูปแบบของ สมาร์ท สปีคเกอร์ หรือ ลำโพงอัจฉริยะ อย่าง กูเกิล โฮม หรือ อเมซอน แอคโค่ ที่มี AI เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฎิบัติการ ให้เราสามารถสั่งการและโต้ตอบกับมันได้ ตั้งแต่ สตรีม เพลง ฟังวิทยุ ไปจนถึงจัดการควบคุมเครื่องใช้ภายในบ้านให้สามารถเปิด-ปิด ปรับอุณหภูมิ และฟังก์ชั่นอื่นๆได้ และยังสามารถช่วยจัดการตารางต่างๆของเรา ช่วยเตือนความจำ เรียกรถโดยสาร ไปจนถึงแนะนำร้านอาหาร ตรวจสอบสภาพอากาศและการจราจรก่อนการเดินทาง

นอกจากนี้เรายังได้เห็นการประยุกต์ใช้ AI ในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูล บิ๊กดาต้า ของผู้บริโภค ทั้งในภาคการเงินการธนาคารและภาคธุรกิจอื่นๆโดยเฉพาะบนโลกออนไลน์อย่าง อีคอมเมิร์ซ ที่มีข้อมูลมากมายให้วิเคราะห์ หรือใช้เป็นตัวช่วยลดทอนงาน

New-Concept-Robots

เช่น Chat Bot ที่เข้ามาคอยตอบคำถามเบื้องต้นของลูกค้าได้ตลอดเวลา ทำให้การทำธุรกิจต่อเนื่องไม่ขาดตอน ยิ่งไปกว่านั้นมีความพยายามในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆของโลก เช่น การทำนายแผ่นดินไหว ที่ทางมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนียกำลังศึกษาพัฒนาอยู่ หรือ การอ่านใจผู้ป่วย ALS ที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งไทเปพยายามคิดค้นให้ AI ตีความสัญญาณคลื่นสมองของผู้ป่วยที่ตรวจจับได้

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า ทำไมเทคโนโลยีเหล่านี้ถึงสำคัญและกลายเป็นกระแสในปัจจบันุ ปัจจัยอย่างแรกเป็นเพราะปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆมีราคาถูกลง และอินเทอร์เน็ตไม่ใช่สิ่งที่เข้าถึงยากอีกต่อไป ที่สำคัญคือสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชีวิตของคนทั่วโลกได้ ช่วยลดปัญหาความผิดพลาดในการทำงานของมนุษย์และลดต้นทุนในการทำธุรกิจ รวมถึงเป็นทางออกให้กับปัญหาขาดแคลนแรงงานจากภาวะสังคมผู้สูงวัยที่จะทยอยเกิดขึ้นทั่วโลกในอนาคตอีกด้วย

ซึ่ง LG เอง ก็ได้พัฒนานวัตกรรม AI นำมาโชว์ในงาน CES2018 โดยสามารถรับชมได้ที่